วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ความรู้ทั่วไป ในห้องเรียนกับครูแอ๋ม
1. edge คือ เป็นเทคโนโลยีมือถือ ที่พัฒนามาจาก จี พี อาร์ เอส ใช้รับส่งข้อมูล
2. 3 G คือ เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อเนื่อง มีการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย 3 G ตลอดเวลาที่เราเปิดเครื่องโทรศัพท์คือไม่จำเป็นต้องต่อโทรศัพท์เข้าเครือข่ายทุกครั้งเพื่อรับส่งข้อมูล
3. Router คือ เป็นอุปกรณืที่ซับซ้อนกว่า Bridge โดยทำเสมือนเป็นเครื่องหรือ node หนึ่งใน LAN ซึ่งจะทำหน้าที่รับส่งข้อมูลเข้ามาแล้วส่งต่อไปปลายทาง
4. ปัญญาประดิษฐ์ คือ เป็นการใช้ความคิดทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และวิวมถึง วิศวกรรมเป็นหลัก แต่ยังรึงศาสตร์ด้านอื่นๆอย่างเช่น จิตวิทยา ปรัชญา หรือชีววิทยา หรือเป็นความพยายามใหม่อันตื่นเต้นที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ได้คิด
5. ยกตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศ
ระบบเอทีเอ็ม
โทรศัพท์
คอมพิวเตอร์
ดาวเทียม
โทรทัศน์
6. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ คือ เป็นเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูลและประมวลผลประกอบด้วย 2 ส่วน 1 ฮาดแวร์ แป้นพิมพ์ ฯลฯ 2 ซอฟแวร์ เช่น ระบบปฏิบัติการ wi ndows
7. IPAddaress คือ รหัสประจำเครื่องทุกเครื่องที่ต่ออยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อป้องกันการบุกรุก
8. การสื่อสารคือ กระบวนการถ่ายทอดสารจากบุคคลหนึ่งไปยังบุคคลหนึ่ง
9. Firewall หมายถึง กำแพงไฟ สำหรับป้องกันระบบ Networt เพื่อป้องกันการบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาติ
10. ไมโครเวฟ คือ เป็นเคลื่อนวิทยุที่ส่งข้อมูลจากแหล่งข้อมูลไปยังผู้รับและผู้รับได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเหมือกันทุกประการ
11.สวิตช์ คือ อุปกรณ์สำหรับตัดหรือต่อวงจรไฟฟ้าในส่วนต้องการทำหน้าที่คล้ายสะพานไฟ
12. ข้อมูลหรือการสื่อสารข้อมูลเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
ไม่เหมือนกันข้อมูลจเป็นขข้อมูลดิบที่ยังไม่ได้ประมวลผลส่วนการสื่อสารเป็นการนำข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลมาแล้วเรียบร้อยแล้วส่งไปยังผู้รับสาร
13. ระบบเครือข่ายมีกี่ประเภท
มี 3 ประเภท 1. LAN 2. MAN 3. WAN
14. webpage คือ หน้าแต่ละหน้าของเว็บไซต์
Homepage คือ หน้าหลักของเว็บไซต์
15. ยกตัวอย่างระบบปฏิบัติการที่ใช้เปิดอินเทอร์เน็ต
1. Internet Explorer
2. Firefor
3. Opexa
16. โทจันฮอต คือ ตัวไวรัสชนิดหนึ่งที่แผงมากับโปรแกรมต่างๆซึ่งอาจจะเข้ามาทำลายข้อมูลของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้
17. Mulfiasking คือ การทำงานหลายๆอย่างพร้อมกัน
18. อลิกอร์ทึม คือ การทำงานบางอย่างเป็นขั้นตอน
19. wireless คือ เครือข่ายไร้สายที่ใช้ในการเชื่อมต่อ Internet เช่น ฮับ
20. Protocal คือ ขั้นตอนการติดต่อสื่อสาร
21. ทำไมต้องมีระบบ Password เพื่อป้องกันการบุกรุกจากบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาติ
22. ระบบปฏิบัติการ Opensource คืออะไร คือ การไปเอาข้อมูลที่เขามีอยู่แล้วเอามาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์
23. Client Server คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกที่มีการส่งข้อมูลไปยังเครื่อง Server ให้เครื่อง Server ประมวลผลให้แล้วส่งข้อมูลกลับมาที่ Client
24. Webboard Chat คืออะไร การแสดงความคิดเห็นจากทุกที่ได้จริงและสามารถติดต่อกันได้ ส่วน Chat เป็นการสนทนาผ่านระบบเครื่อข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น QQ Hi5
25. อธิบายคำว่าสัญญาณคืออะไร
ช่องทางการสื่อสารข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่ง จะมีสัญญาณดิจิตอล และ สัญญาณอนาล็อก
26. Internet กับ Intarnet แตกต่างกันอย่างไร
Internet จะทำงานที่ช้ากว่า Intarnetและยังใช้งานดีกว่าด้วย
27. การเชื่อมต่อแบบวงแหวน และบัส
เป็นการเชื่อมต่อที่มีลักษณะคล้ายวงแหวนส่วนบัสเป็นการส่งข้อมูลผ่านสายเคเบิ้ลเป็นเส้นขนาน
28. ฐานข้อมูลหมายถึง การเก้บข้อมูลมาไว้ที่เดียวกันเพื่อลดความยุ่งยากซับซ้อนของการทำงาน
29. ประโยชน์ของฐานข้อมูล
1. ช่วยลดความซับซ้อนของข้อมูล
2. จัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ
3. ง่ายต่อการค้นหาข้อมูล
30. gotoknow มีประโยชน์อย่างไร
1. ทำให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกัน
2. สามารถรู้จักบุคคลจากสถานที่อื่นมากขึ้น
31. ระบบป้องกันที่ดีคือ ระบบที่มีการป้องกันและรักษาข้อมูลไม่ให้บุกรุกจากบุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาติ มีการ Login เข้าระบบ
32. GPRS คือ เทคโนโลยีที่เป็นสัญญาณของระบบโทรศัพท์ที่ใช้กันทั่วไปในมือถือทุกยี่ห้ออาจจะเป็นแบบเติมเงินหรือลงทะเบียน

วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2552

ขนมไทย









ขนมตาล

ส่วนผสม
ลูกตาลสุก 1 ผล
ข้าวสารเก่า 2 ถ้วยตวง
แป้งท้าวยายม่อม 1/4 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง
มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 2 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1 ช้อนชา
วิธีทำ
1. ลอกเปลือกลูกตาลออกให้หมดขูดเอาเนื้อสีเหลืองออก ตัวลูกตาลแช่น้ำไว้จนเนื้อลูกตาลละลายออกหมดใช้ผ้าห่อเนื้อลูกตาลและน้ำที่ละลาย ผูกมัดปากรวมใว้ให้แน่นแขวนหรือทับไว้ให้แห้ง
2.โม่ข้าวสารที่แช่น้ำไว้ให้ละเอียด แล้วทับไว้ให้แห้ง
3.ผสมข้าวสารที่โม่และทับจนแห้งแล้ว รวมกับแป้งท้าวยายม่อม และลูกตาลที่ทับจนแห้งแล้วนวดส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันจนแป้งที่ผสมเนียนและนุ่มมือ(ประมาฌ 30-60 นาที)ใส่น้ำตาลสลับกับหัวกระทิ นวดจนหัวกระทิและน้ำตาลละลายหมด พักไว้ประมาณ 5-10 ชั่วโมง
4.ตักแป้งที่ผสมแล้วใส่กระทงหรือถ้วยตะไลโรยมะพร้าว แล้วนึ่งให้สุกยกลงถ้าใส่ถ้วยตะไล รอให้เย็นก่อนแล้วจึงนำออกจากถ้วย จัดใส่ภาชนะ

ขนมชั้น
ส่วนผสม

แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วยตวง
แป้งท้าวยายม่อม 1/1 ช้อนโต๊ะ
แป้งมัน 1/2 ถ้วยตว

น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
น้ำลอยดอกมะลิ 1/2 ถ้วยตวง
น้ำใบเตย 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1.ร่อนแป้งทั้ง 3 ชนิดเข้าด้วยกัน

2.นวดแป้งกับหัวกะทิทีละน้อย นวดจนแป้งนุ่ม เหนียว พักไว้
3.ผสมน้ำลอยดอกไม้ น้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน ตั้งไฟให้เดือด ยกลงพักไว้
4.แบ่งส่วนผสมของแป้งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งใส่น้ำใบเตยนวดให้เข้ากันอีกส่วนหนึ่งไม่ต้องใส่ให้เป็นแป้งสีขาว
5.นึ่งพิมพ์ขนมให้ร้อน ตักขนมหยอดทีละชั้น นึ่งให้สุกแล้วจึงหยอดชั้นต่อไป หยอดสลับสีกันจนหมด
6.เมื่อนึ่งขนมชั้นบนสุดสุกดีแล้ว ยกลงปล่อยไว้ให้เย็น แล้วตัดตามต้องการ

ลอดช่องน้ำกะทิ
ส่วนผสม

ข้าวสาร 1 กิโลกรัม
น้ำดอกไม้ 10 ถ้วยตวง
มะพร้าว 1/2 กิโลกรัม
น้ำปูนใส 20 ถ้วยตวง
น้ำตาลโตนด 3 ถ้วยตวง
ใบเตย 15 ใบ
วิธีทำ
1.นำข้าวสารแช่น้ำอย่างน้อย 3 ชม. แล้วเทน้ำทิ้ง แช่น้ำปูนใสอีก 1 ชม. นำข้าวสารโม่ให้ละเอียด

2.หั่นใบเตยให้ละเอียด ตำ คั้นน้ำ 1/2 ถ้วยตวง
3.นำแป้งที่โม่ละเอียดแล้ว แบ่งออกเป็น 2 ส่วน แป้งส่วนหนึ่งผสมกับน้ำ ใบเตย กวนให้สุกเหนียวทั้ง 2 สี (เขียว และขาว)
4.นำถังน้ำเย็นและที่กดลอดช่องวางบนถังน้ำ นำแป้งที่กวนแล้วขณะที่อุ่นๆ รีบกดให้ตัวขนมลงในน้ำเย็นจัด กดสีขาวก่อนจึงทำสีเขียว
5.เมื่อหมดแป้งแล้ว เทน้ำที่แช่ทิ้ง แช่ใหม่อีกครั้งแล้วช้อนขึ้นใส่ในผ้าขาวบาง แช่น้ำแข็งไว้
6.คั้นมะพร้าวด้วยน้ำดอกไม้
7.ละลายน้ำตาลด้วยควันเทียน
8.เวลาจะรับประทานตักตัวลอดช่องทั้ง 2 สี ใส่น้ำกะทิ น้ำแข็งไสหรือทุบ
หมายเหตุ สมัยโบราณ การกดลอดช่องทำโดยใช้กะลาเจาะรู